10 อันดับ แมลงที่เป็นภัยต่อบ้าน พร้อมวิธีกำจัดปลวกและ กำจัดแมลง

กำจัดปลวก กำจัดแมลง

แมลงเป็นสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่รอบตัวเรา ทั้งภายในบ้านและบริเวณสวน แม้แมลงส่วนมากจะมีขนาดเล็ก แต่กลับสร้างปัญหามากกว่าที่คิด ทั้งความเสียหายต่อบ้าน สวน รวมถึงผู้อยู่อาศัย ดังนั้นเราจึงควรรู้ว่าแมลงชนิดใดเป็นภัยต่อบ้าน และควรรีบ กำจัดแมลง เหล่านี้ให้พ้น เพื่อความปลอดภัยต่อบ้าน และผู้อยู่อาศัย ซึ่งบทความนี้เราจะพาไปทำความรู้จัก 10 อันดับแมลงที่เป็นภัยต่อบ้าน พร้อมวิธีการกำจัดแมลงที่ง่ายและปลอดภัย

10 อันดับ แมลงที่เป็นภัยต่อบ้าน

แม้แมลงจะเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่ดูไม่มีพิษภัย แต่เมื่ออยู่รวมกันเป็นจำนวนมากก็สามารถสร้างความเสียหายต่อบ้านได้ จะมีแมลงชนิดใดบ้าง ตามไปดูพร้อมกันเลย!

1. ปลวก

ปลวกเป็นสัตว์อันดับหนึ่งที่สร้างความเสียหายให้แก่บ้าน อาหารที่ปลวกชื่นชอบคือ ไม้ ดังนั้นหากบ้านมีโครงสร้างของไม้ หรือมีเฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากไม้ ต้องระมัดระวังให้ดี เพราะหากเกิดปัญหาปลวกขึ้นบ้านแล้วไม่รีบแก้โดยเร็ว ปลวกอาจสร้างความเสียหายให้มากกว่าที่คิด

2. แมลงเม่า

มักจะพบเจอได้บ่อยในช่วงฤดูฝน หรือพื้นที่ที่มีความชื้นมาก ซึ่งจริง ๆ แล้วแมลงเม่าก็คือ ปลวก ที่อยู่ในวรรณะสืบพันธุ์ หากในบ้านมีแมลงเม่าออกมาบินให้เห็นอยู่บ่อย ๆ ก็มีความเสี่ยงว่าบ้านอาจกลายเป็นที่อยู่ของปลวก และอาจนำมาสู่ปัญหา ปลวกขึ้นบ้าน ได้

3. มด

มดถือเป็นสัตว์ที่พบเจอง่ายที่สุดในบ้าน เพราะมดมักจะหาแหล่งอาหารอยู่เสมอ โดยส่วนมากจะพบในห้องครัว หรือบริเวณที่มีเศษอาหารอยู่ นอกจากจะเป็นภาหะนำเชื้อโรค มดบางประเภทเช่น มดไม้ ยังสามารถกัดกินโครงสร้างบ้านที่เป็นไม้ หรือเฟอร์นิเจอร์ไม้ ก่อให้เกิดความเสียหายได้

4. แมลงสาบ

แมลงสาบถือเป็นพาหะนำเชื้อโรค นำไปสู่โรคต่าง ๆ มากมาย ทั้ง โรคบิด กาฬโรค โรคเกี่ยวกับทางเดินอาหาร ซึ่งแมลงสาบ สามารถเข้ามาได้จากหลายสาเหตุทั้ง เศษอาหาร ขยะ รวมถึงท่อน้ำ ดังนั้นควรหาวิธีป้องกันไม่ให้แมลงสาบเข้ามาวางไข่แพร่พันธุ์ภายในบ้าน

5. ยุง

เป็นแมลงดูดเลือดชนิดหนึ่ง ที่นอกจากจะกัดคนแล้วยังเป็นพาหะนำโรคต่าง ๆ มากมาย เช่น ไข้เลือดออก ไข้มาลาเรีย โรคฟิลาเรียหรือเท้าช้าง

6. แมลงวัน

แมลงวันเป็นสัตว์ที่สร้างความรำคาญให้กับคน และยังเป็นพาหะนำเชื้อโรค ส่งผลให้เกิดโรคต่าง ๆ มากมาย เช่น อาหารเป็นพิษ ท้องร่วง โรคระบบทางเดินอาหาร นอกจากนี้แมลงวันบางชนิดอาจไชเข้าทางผิวหนังของคนหรือสัตว์ได้ ส่งผลให้ผิวหนังอักเสบ หรือแผลเน่าได้

7. เห็บ-หมัด

สำหรับบ้านที่เลี้ยงสัตว์อาจจะพบเจอกับสัตว์ชนิดนี้ นอกจากจะกัดผิวหนังของสัตว์เลี้ยงแล้ว เห็บ-หมัด ยังสามารถกัดคนได้เช่นกัน ซึ่งหากมีอาการแพ้อาจเกิดการอักเสบบวมแดง มีรอยใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ และหากเป็นหนักอาจเกิดการอักเสบเรื้อรังเป็นเดือน ดังนั้นไม่ควรนิ่งนอนใจ และต้องรีบหาทางกำจัดโดยเร็ว

8. แมลงก้นกระดก

พบบ่อยในช่วงฤดูฝน มักจะเข้ามาตอมหลอดไฟในบ้านและร่วงหล่นตามพื้น หากพบเจอควรหลีกเลี่ยงการสัมผัส เพราะแมลงก้นกระดกมีพิษที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองที่ผิวหนัง อาจเกิดอาการแสบร้อน และเป็นรอยไหม้ได้ หากมีอาหารแพ้รุนแรงอาจเกิดอาการ คลื่นไส้ อาเจียน และเป็นไข้

9. แมลงทำลายไม้

เป็นแมลงในไฟลัมอาร์โทรพอด (Arthropod) ซึ่งมีหลายสายพันธุ์ อาทิ มอด ด้วงหนวดยาว แมลงทับ แมลงเต่าทอง หนอนกินไม้ ฯลฯ ซึ่งแมลงทำลายไม้เหล่านี้สามารถทำลายไม้ได้หลายชนิด เรียกได้ว่าสร้างความเสียหายไม่แพ้ปลวก

10. แมลงปีกแข็ง

แมลงปีกแข็งเป็นแมลงที่มักพบในช่วงฤดูฝน แม้จะไม่ได้เป็นพาหะนำโรค แต่แมลงชนิดนี้สามารถปล่อยสาร เบนโซควิโนน (Benzoquinones) ออกมาเพื่อป้องกันตัวเองจากศัตรู เมื่อปล่อยออกมาเป็นจำนวนมากก็อาจเป็นอันตรายได้ ส่งผลให้เกิดอาการแพ้ มีผื่นแดง รวมถึงอาการปวดศีรษะ และจมูกอักเสบร่วมด้วย

วิธีการ กำจัดปลวก และ กำจัดแมลง

การป้องกันและ กำจัดแมลง เป็นเรื่องสำคัญที่จะช่วยให้ผู้อยู่อาศัยอยู่บ้านอย่างปลอดภัย ปราศจากเชื้อโรค และช่วยลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับบ้าน และทรัพย์สิน ซึ่งแบ่งวิธีการกำจัดปลวก และแมลงเป็น 2 วิธีหลัก ดังนี้

1. กำจัดโดยใช้วิธีธรรมชาติ

  • กำจัดปลวก : ในปัจจุบันสามารถเลือกใช้ได้หลากหลายวิธี เช่น การใช้สมุนไพร การอุดรูปลวก การระบายความชื้นภายในบ้าน รวมถึงการนำเฟอร์นิเจอร์ไปตากแดด
  • กำจัดแมลง : สามารถนำภูมิปัญญาชาวบ้านมาปรับใช้ได้ตามปัญหาแมลงที่เจอ เช่น กำจัดยุงด้วยน้ำมันยูคาลิปตัส ขีดชอล์กไล่มด ปลูกตะไคร้หอมไล่แมลง เป็นต้น

2. กำจัดโดยสารเคมี

  • กำจัดปลวก และแมลง : การเลือกใช้สารเคมีในการกำจัดปลวก กำจัดแมลง เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพ เห็นผลไว และแก้ปัญหาระยะยาว เพราะเป็นสารเคมีที่ได้มาตรฐาน ผ่านการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นจึงมั่นใจได้ในผลลัพธ์ที่จะได้ อย่างไรก็ตามควรให้ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ดำเนินการเพื่อความปลอดภัย และไม่เป็นอันตรายต่อผู้อยู่อาศัย

แม้การกำจัดโดยวิธีธรรมชาติจะปลอดภัย ไร้สารเคมี แต่ต้องใช้เวลานานกว่าจะเห็นผลลัพธ์ และอาจช่วยแก้ปัญหาได้ในระยะสั้น ดังนั้นหากบ้านใดที่พบปัญหาปลวก หรือปัญหาแมลงที่หนักเกินเยียวยา การกำจัดปลวกและแมลงโดยใช้สารเคมีย่อมเป็นทางเลือกที่ดีกว่าหากกำลังมองหา บริษัทกำจัดปลวก ที่ปลอดภัย ได้มาตรฐานสากล ต้องมาปรึกษา Advance Group Asia ดูแลโดยผู้เชี่ยวชาญโดยตรง พร้อมให้บริการกำจัดปลวก และสัตว์พาหะ ดูแลทั่วไทยกว่า 41 สาขา ปรึกษา พร้อมสำรวจพื้นที่ฟรี สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร 02-704-5333 หรือ @line

เตรียมความพร้อม ก่อน-หลัง ฉีดปลวก ให้ปลอดภัยต่อคนและสัตว์เลี้ยง

ฉีดปลวก

การกำจัดปลวกเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องทำทุกปี เพื่อป้องกันไม่ให้ ปลวกขึ้นบ้าน และทำลายข้าวของเสียหาย ซึ่งในแต่ละครั้งที่มีการ ฉีดปลวก จำเป็นต้องมีการเตรียมความพร้อมก่อน-หลังฉีดอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันผลกระทบจากสารเคมี ถึงแม้ว่าสารเคมีจะได้มาตรฐาน ผ่านการรับรองว่าปลอดภัยและไม่เป็นอันตราย แต่การเตรียมสถานที่ให้พร้อมต่อการพ่นน้ำยาย่อมมีประสิทธิภาพที่ดีกว่า อีกทั้งยังปลอดภัยต่อผู้อยู่อาศัยและสัตว์เลี้ยง ซึ่งในบทความนี้ Advance Group Asia มีข้อแนะนำดี ๆ ในการเตรียมพร้อมก่อน-หลังฉีดปลวกมาฝากทุกท่าน

ข้อควรปฏิบัติก่อน ฉีดปลวก

การเตรียมความพร้อมก่อนฉีดปลวกเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อป้องกันผลกระทบจากสารเคมีที่จะมาสู่คน และสัตว์เลี้ยง นอกจากนี้ยังช่วยให้สารเคมีทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ควรทำตามข้อปฏิบัติดังต่อไปนี้

1. ทำความสะอาดบ้าน เก็บของให้เป็นระเบียบ

ก่อนฉีดปลวกควรทำความสะอาดบ้านให้เรียบร้อย เพื่อให้น้ำยาฉีดปลวกทำงานได้เต็มที่ นอกจากนี้ควรเก็บของให้เป็นระเบียบ เก็บเสื้อผ้าเข้าตู้ เก็บหนังสือลงกล่อง หรือหาผ้ามาคลุมหนังสือเพื่อไม่ให้ปนเปื้อนสารเคมี

2. เคลื่อนย้ายเฟอร์นิเจอร์ให้ห่างจากผนังและปิดปกคลุม

เพื่อให้การปฏิบัติงานรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ ควรเคลื่อนย้ายโต๊ะ เก้าอี้ และเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ให้ห่างจากผนังบ้านและปิดปกคลุมเฟอร์นิเจอร์ เช่น โต๊ะอาหาร โซฟาแบบผ้า เป็นต้น เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าไปฉีดพ่นน้ำยาได้ง่าย และครอบคลุมทุกจุด

3. เก็บภาชนะ และอาหารให้มิดชิด

ในขณะที่ฉีดปลวกสารเคมีอาจสัมผัสกับภาชนะ อาหาร หรือเครื่องดื่มได้ ดังนั้นจึงควรเก็บให้อาหารใส่ในกล่อง ในตู้เย็น หรือเก็บให้ห่างจากบริเวณที่ฉีดปลวกเพื่อป้องกันอันตรายจากสารเคมี

4. เคลื่อนย้ายสัตว์เลี้ยงออกห่างบริเวณฉีดปลวก

ไม่ควรให้สัตว์เลี้ยงไปสัมผัสกับสารเคมี หรืออยู่ใกล้บริเวณที่ฉีดปลวก เพราะอาจเป็นอันตรายต่อสัตว์เลี้ยงได้ ดังนั้นระหว่างที่ บริษัทกำจัดปลวก ดำเนินการควรเคลื่อนย้ายสัตว์ออกไป หรือจัดการเข้ากรงให้เรียบร้อยเพื่อป้องกันไม่ให้เดินเพ่นพ่าน และควรรอประมาณ 1-2 ชั่วโมง จึงจะสามารถปล่อยสัตว์เลี้ยงออกมาเดินได้อย่างอิสระ

ข้อควรปฏิบัติ หลังฉีดปลวก

เมื่อฉีดปลวกเสร็จสิ้น ควรทำตามข้อปฏิบัติดังต่อไปนี้ เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด ปลอดภัยต่อผู้อยู่อาศัยและสัตว์เลี้ยง

1. ออกจากบริเวณที่ ฉีดปลวก

หลังฉีดปลวกควรออกจากบริเวณที่ฉีดอย่างน้อย 1 ชั่วโมง เพื่อป้องกันอันตรายจากสารเคมี และให้สารเคมีได้แพร่กระจายไปทั่วบ้าน ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ

2. เปิดหน้าต่างระบายอากาศ

สารเคมีในการกำจัดปลวกบางประเภทมีกลิ่นฉุน ดังนั้นเมื่อฉีดปลวกเสร็จเรียบร้อยจึงควรเปิดหน้าต่างเพื่อระบายอากาศ และกำจัดกลิ่นสารเคมีภายในบ้านออกไป

3. หลีกเลี่ยงการทำความสะอาดทันที

หลังฉีดปลวกเสร็จควรรอให้สารเคมีแห้งเองโดยที่ไม่ต้องทำความสะอาด และควรเว้นช่วงทำความสะอาดไปสัก 3-4 ชั่วโมง

การเตรียมความพร้อมก่อน-หลังการฉีดปลวกเป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้ ควรให้ความสำคัญ และปฏิบัติตามข้อปฏิบัติเหล่านี้อย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยต่อคนในบ้านและสัตว์เลี้ยง นอกจากนี้อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ การเลือก บริษัทกำจัดปลวก ที่ได้มาตรฐาน ดูแลโดยผู้เชี่ยวชาญโดยตรงอย่าง Advance Group Asia ที่พร้อมให้บริการกำจัดปลวก และสัตว์พาหะ ปรึกษา พร้อมสำรวจพื้นที่ฟรี สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร 02-704-5333 หรือ @line

ปลวก และสัตว์พาหะ อันตรายในหน้าฝนที่คนรักบ้านต้องระวัง!

ปลวก

ฤดูฝนมาพร้อมความชุ่มฉ่ำเย็นสบาย ช่วยคลายความร้อนจากฤดูที่พึ่งผ่านพ้นไป แต่ก็มาพร้อมปัญหาที่ทุกคนต้องคอยระวัง ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วม รถติด โรคภัยต่าง ๆ รวมถึงปัญหา ปลวก และสัตว์พาหะที่นำเชื้อโรคมาสู่คนในบ้าน สัตว์เหล่านี้อาจหลบซ่อนอยู่ภายในบ้านในจุดที่เรามองไม่เห็น ดังนั้นก่อนที่จะเกิดปัญหา ควรรู้ว่าต้องระวังสัตว์ชนิดใดบ้าง พร้อมวิธีรับมือ ซึ่งในบทความนี้เรารวมทุกข้อสงสัยมาให้แล้ว ตามไปดูพร้อมกันได้เลย!

ปัญหา ปลวก ในหน้าฝน

แม้ปัญหา ปลวกขึ้นบ้าน จะเป็นปัญหาที่พบเจอได้ตลอดทั้งปี แต่ฤดูฝนถือเป็นฤดูที่มีความเสี่ยงมากที่สุด เพราะปลวกชื่นชอบความชื้น ความมืด ซึ่งในฤดูฝนสภาพอากาศและความชื้นเอื้ออำนวยต่อการผสมพันธุ์ของแมลงเม่า โดยแมลงเม่าจะทำการสลัดปีกออก และหาที่เหมาะสมในการทำรัง ไม่ว่าจะเป็นบริเวณใต้ดิน ใต้หลังคา หรือจุดอื่น ๆ ภายในบ้านที่มีความชื้น มีอุณหภูมิที่เหมาะสม และพัฒนาต่อมากลายเป็นปลวกในที่สุด ดังนั้นเมื่อสังเกตเห็นแมลงเม่าภายในบ้าน ถือเป็นสัญญาณเตือนของปลวกขึ้นบ้าน ต้องรีบหาทาง กำจัดปลวก และป้องกันโดยเร็วที่สุด

วิธีป้องกัน

การป้องกันปลวกที่ดีที่สุดคือ การเลือกใช้บริการ บริษัทกำจัดปลวก เป็นวิธีที่ง่ายและเห็นผลดีที่สุด แม้จะเป็นช่วงฤดูฝนก็ไม่ใช่ปัญหาในการกำจัดปลวก เพราะน้ำยาเคมีนั้นถูกพัฒนามาให้ไม่ละลายน้ำ ดังนั้นไม่ว่าจะฤดูไหนก็สามารถฉีดปลวกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไร้ข้อกังวลใด ๆ ทั้งสิ้น

4 อันดับ สัตว์พาหะที่ต้องระวังในหน้าฝน

นอกจากปลวกที่มักขึ้นบ้านในช่วงหน้าฝน ยังมีสัตว์พาหะอื่น ๆ ที่มักจะบุกเข้ามาในบ้านโดยที่เราไม่รู้ตัว เราจะพาไปดู 4 อันดับสัตว์ที่ต้องคอยระวังในช่วงหน้าฝน ดังนี้…

1. หนู

หนูเป็นสัตว์ที่ไม่ชอบน้ำ ทำให้เมื่อถึงหน้าฝนหนูมักจะเข้ามาหลบฝน และทำรังอยู่ภายในบ้าน โดยจะอาศัยตามมุมอับ ห้องเก็บของ หรือใต้หลังคา ดังนั้นต้องคอยระวังมากเป็นพิเศษ เพราะนอกจากเสียงที่น่ารำคาญ หนูยังเป็นพาหะนำเชื้อโรค และตัวการของโรคฉี่หนู

2. ยุง

หน้าฝนทำให้เกิดน้ำขังหลายจุด ถือเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ที่ดีของยุงในการวางไข่ในน้ำ ซึ่งยุงสามารถวางไข่ได้ทุกที่ที่มีน้ำขัง ทำให้คนรักบ้านต้องคอยระวัง ไม่ปล่อยให้ภายในบ้านมีน้ำขัง เพื่อป้องกันโรคที่มากับยุงเช่น ไข้เลือดออก และไวรัสซิกา

3. มด

เมื่อหน้าฝนมาถึง มดจะหนีน้ำขึ้นที่สูง เช่น บ้าน เพื่อหาที่ทำรังใหม่ที่ปลอดภัย และมีแหล่งอาหารที่เพียงพอ ควรหาทางป้องกัน เช่น พ่นน้ำยา ชอล์กไล่มด เพราะนอกจากมดจะสร้างความรำคาญใจ มดยังเป็นพาหะนำเชื้อโรคมาสู่คน และอาจทำให้บางคนเกิดอาการแพ้กรดมดได้

4. แมลงสาบ

แมลงสาบชื่นชอบที่แห้ง ทำให้เมื่อมีสภาพอากาศที่เปียกชื้น แมลงสาบจะเริ่มหาที่อยู่อาศัยใหม่ทันที ซึ่งแมลงสาบถือเป็นพาหะนำเชื้อมาสู่คนได้หลายโรค อาทิเช่น ท้องเสีย อาหารเป็นพิษ กาฬโรค

ปัญหาปลวก และสัตว์พาหะในหน้าฝนเป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้ หากปล่อยไว้นานไม่แก้ไขอาจสร้างปัญหา และเป็นอันตรายต่อผู้อยู่อาศัย ดังนั้นควรรีบหาทางป้องกันโดยเร็ว มาปรึกษา Advance Group Asia บริษัทกำจัดปลวก กำจัดแมลง พร้อมให้คำปรึกษาและประเมินปัญหาโดยผู้เชี่ยวชาญโดยตรง ป้องกันไว แก้ปัญหาตรงจุด สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร 02-704-5333 หรือ @line

5 วิธี กำจัดมด จบปัญหามดขึ้นบ้าน ทำตามง่าย เห็นผลชัวร์!

กำจัดมด

มดตัวจิ๋ว แต่ปัญหาไม่จิ๋วอย่างที่คิด ปัญหา มดขึ้นบ้าน เป็นอีกหนึ่งปัญหากวนใจ และรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันของทุกคน เพราะนอกจากจะขึ้นอาหารและขนมแล้ว มดยังเป็นตัวนำพาเชื้อโรคมาสู่คน และอาจทำให้ข้าวของเครื่องใช้ในบ้านเสียหาย ดังนั้นจึงควร กำจัดมด ในบ้านออกไปเพื่อไม่ให้เป็นปัญหาในอนาคต ในบทความนี้เราจะพาไปดูสาเหตุที่มดขึ้นบ้าน และวิธีการกำจัดมดที่สามารถทำตามได้ง่าย ๆ ปลอดภัยไม่เป็นอันตรายต่อผู้อยู่อาศัย

สาเหตุที่ มดขึ้นบ้าน เกิดจากอะไร

มดเป็นสัตว์ที่อยู่ทั่วทุกจุดภายในบ้าน สาเหตุที่มดขึ้นบ้านเพราะมีแหล่งอาหารที่มีความจำเป็นในการดำรงชีวิต ไม่ว่าจะเป็น เศษอาหาร เศษขนม ทำให้มดเข้ามาเพื่อหาอาหารและลำเลียงอาหารออกไป นอกจากนี้รูโพรง รอยร้าว รวมไปถึงช่องว่างต่าง ๆ ภายในบ้านล้วนเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้มดเข้ามาภายในบ้านได้ง่าย ๆ ดังนั้นเจ้าของบ้านจึงควรหาสาเหตุของปัญหาเพื่อหาแนวทางในการกำจัดมดได้อย่างเหมาะสม

5 วิธีง่าย ๆ ในการ กำจัดมด

ปัญหามดยิ่งปล่อยไว้นานยิ่งสร้างความรำคาญ และความเสียหายให้แก่บ้าน ดังนั้นจึงควรรีบกำจัดและป้องกันโดยเร็ว เรามาพร้อม 5 วิธีกำจัดมดง่าย ๆ ที่ทุกคนสามารถทำตามได้ จะมีอะไรบ้างตามไปดูพร้อมกันได้เลย

1. น้ำส้มสายชู

วิธีการแรกที่สามารถกำจัดมดได้ดีและง่ายที่สุดคือ การใช้น้ำส้มสายชู ถือเป็นน้ำสารพัดประโยชน์ที่ต้องมีติดครัวทุกบ้าน ด้วยกลิ่นของน้ำส้มสายชูที่ฉุน และมีฤทธิ์เป็นกรด ทำให้ไม่เป็นที่โปรดปรานของมด ดังนั้นเพียงแค่ใช้น้ำส้มสายชูผสมกับน้ำเปล่าในอัตราส่วน 1:1 แล้วนำไปฉีดบริเวณต่าง ๆ ภายในบ้านที่มีมดก็จะช่วยกำจัดมดได้ทันที

2. เปลือกส้ม

เมื่อทานส้มแล้วอย่าพึ่งทิ้งเปลือก เพราะเปลือกของส้มสามารถช่วยกำจัดมดได้ เพียงนำเปลือกส้มที่ทำความสะอาดแล้วไปตากแดดจนแห้ง แล้วนำไปวางไว้ตามจุดต่าง ๆ ที่มีมด หรือนำไปปั่นผสมกับน้ำเปล่าแล้วนำไปฉีดแทนสเปรย์ตามจุดต่าง ๆ กลิ่นของเปลือกส้มจะช่วยไล่มดได้ดี

3. ชอล์กกำจัดมด

อีกหนึ่งวิธีที่ได้รับความนิยมคือการใช้ ชอล์กกำจัดมด เพียงนำชอล์กขีดไปตามเส้นทางที่มีมด หรือบริเวณที่มดอาศัยอยู่ ส่วนผสมของยาฆ่าแมลงในชอล์กจะช่วยทำหน้าที่ในการไล่มดออกไป และไม่กลับเข้ามาทำรังภายในบ้านอีก

4. ปิดรอยรั่วภายในบ้าน

การป้องกันที่ไม่ควรมองข้ามคือ การไม่ให้มดเข้ามาภายในบ้านได้ ซึ่งมดเป็นสัตว์ตัวเล็กที่สามารถเข้ามาได้ง่าย ๆ ตามรอยแตก รูโพรง หรือช่องว่างตามบริเวณต่าง ๆ ภายในบ้าน ดังนั้นเจ้าของบ้านควรสังเกตจุดที่พบเจอมดบ่อย และควรปิดรอยรั่วที่พบทันทีเพื่อไม่ให้กลายเป็นทางเข้าของมด

5. จ้างบริษัทกำจัดมด

หากปัญหามดยังคอยกวนใจไม่เลิก และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ การเลือกจ้างบริษัทกำจัดมดเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เพราะเป็นการป้องกัน และกำจัดมดที่มีประสิทธิภาพ เห็นผลไว และปลอดภัยต่อผู้อยู่อาศัย

ปัญหามดไม่ใช่เรื่องใหญ่อีกต่อไปเมื่อรู้วิธีป้องกันและกำจัดอย่างถูกต้อง หรือเลือกใช้บริการจาก Advance Group Asia บริษัทกำจัดปลวก กำจัดมด กำจัดแมลง พร้อมให้คำปรึกษา และแนะนำวิธีการกำจัดเบื้องต้นโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ดูแลโดยผู้เชี่ยวชาญโดยตรง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร 02-704-5333 หรือ @line

ทำความรู้จัก 3 ระบบ กำจัดปลวก ต่างกันอย่างไร ควรเลือกแบบไหน?

กำจัดปลวก

ปลวก ถือเป็นปัญหาที่อยู่คู่บ้าน และมีโอกาสขึ้นบ้านได้ทุกเมื่อ หากปลวกเคยขึ้นบ้านแล้วก็มีโอกาสที่ปลวกจะขึ้นซ้ำได้ ดังนั้นเจ้าของบ้านจึงต้องหาทาง กำจัดปลวก ให้ไม่สร้างปัญหา ไม่ทำลายบ้าน เฟอร์นิเจอร์ ข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้าน การกำจัดปลวกในปัจจุบันสามารถทำได้หลายวิธี ทั้งการกำจัดด้วยตัวเอง และการใช้บริการ บริษัทกำจัดปลวก ซึ่งในบทความนี้เราจะพาไปทำความรู้จัก 3 ระบบสำคัญในการกำจัดปลวก ที่บริษัทกำจัดปลวกแนะนำ แต่ละระบบแตกต่างกันอย่างไร ควรเลือกใช้ระบบไหน บทความนี้มีคำตอบ!

3 ระบบที่นิยมใช้ กำจัดปลวก

การกำจัดปลวกสามารถทำได้หลายวิธี ซึ่งแต่ละวิธีล้วนมีข้อดี และข้อจำกัดที่แตกต่างกันออกไป โดยแบ่งเป็น

1. ระบบวางท่อกำจัดปลวก

ระบบนี้เป็นการป้องกันปลวกขึ้นบ้านตั้งแต่ตอนก่อสร้าง โดยจะมีการวางท่อ PVC หรือ PE ตามแนวคานใต้พื้นอาคาร และรอบโครงสร้างก่อนเทปูน หลังจากนั้นใช้สารเคมีอัดลงไปตามจุดต่าง ๆ เพื่อไล่ปลวกไม่ให้ย่างกรายเข้ามา การวางระบบท่อไว้ตั้งแต่แรกจะช่วยเอื้ออำนวยความสะดวกสบายในการกำจัดปลวก ไม่ต้องเจาะพื้นบ้าน ประหยัดเวลา ไม่ต้องพ่นสารเคมีรอบบ้าน สามารถอัดสารเคมีลงไปยังระบบท่อที่วางไว้ได้เลย

2. ระบบสารเคมีกำจัดปลวก

ในกรณีที่บ้านสร้างเสร็จแล้ว และไม่มีการวางระบบท่อไว้ การกำจัดปลวกด้วยสารเคมีตอบโจทย์อย่างมาก โดยใช้วิธีการเจาะพื้นบริเวณที่พบปลวก และบริเวณรอบ ๆ บ้านตามระยะห่างที่กำหนด หลังจากนั้นจะใช้เครื่องมือเฉพาะในการปล่อยสารเคมีลงสู่ใต้ดิน ทำให้ดินเป็นพิษจนปลวกไม่สามารถอยู่อาศัยได้และตายในที่สุด

3. ระบบเหยื่อ

การ กำจัดปลวกระบบเหยื่อ เป็นอีกหนึ่งระบบที่นิยมใช้ในบ้านที่สร้างเสร็จแล้ว เป็นการฝังสถานีเหยื่อไว้ตามจุดต่าง ๆ ที่มีแนวโน้มจะพบปลวก โดยในสถานีจะมีอาหารที่ปลวกชอบกับสารเคมีกำจัดปลวก เมื่อปลวกเข้ามาหาอาหารในสถานีก็จะได้รับสารเคมีเข้าไปด้วย ซึ่งสารเคมีจะช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของปลวก ไม่สามารถลอกคราบได้ และทำให้ตายในที่สุด ซึ่งการกำจัดปลวกระบบเหยื่อสามารถแบ่งได้เป็น 2 รูปแบบ ได้แก่

3.1 ระบบเหยื่อแบบติดกล่อง

ระบบนี้เหมาะกับบ้านหรืออาคารที่พบปัญหาปลวกแล้ว โดยจะมีการติดกล่องไว้บริเวณที่คาดว่าจะมีปลวก เพื่อให้ปลวกเข้ามาหาอาหารและได้รับสารเคมีที่อยู่ภายใน วิธีนี้สามารถทำให้ปลวกตายยกรัง เห็นผลจริง ใช้ระยะเวลาในการกำจัดปลวกประมาณ 60 วัน

3.2 ระบบเหยื่อเต็มระบบ 

ระบบนี้เหมาะกับบ้าน อาคารที่มีพื้นที่รอบ ๆ เช่น บ้านเดี่ยว เพื่อใช้สำหรับติดตั้งสถานีเหยื่อ ไม่ต้องเจาะพื้น เป็นการเเก้ไขปัญหาปลวกที่ต้นเหตุ มีประสิทธิภาพในการป้องกันปลวกในระยะยาว และเป็นที่นิยมในปัจจุบัน เนื่องจากมีความปลอดภัยต่อคน สัตว์ สิ่งแวดล้อม และปลอดภัยต่อโครงสร้างบ้าน สามารถป้องกันและกำจัดปลวกให้หายขาดได้ 100% 

เลือกระบบกำจัดปลวกแบบใดให้เหมาะกับบ้าน?

แม้การกำจัดปลวกจะสามารถทำได้หลายวิธี แต่การกำจัดปลวกให้ได้ประสิทธิภาพควรได้รับการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญโดยตรง เพราะบ้าน อาคารแต่ละแห่งล้วนมีปัญหา ปลวกขึ้นบ้าน ที่แตกต่างกัน ดังนั้นการเลือกระบบในการกำจัดปลวกควรปรึกษากับผู้รู้จริงเพื่อแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ และกำจัดปลวกให้ตายยกรังไม่กลับมาเป็นปัญหาอีก มาปรึกษา Advance Group Asia บริษัทกำจัดปลวก ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ดูแลโดยผู้เชี่ยวชาญด้านกำจัดแมลง กำจัดปลวกโดยตรง พร้อมให้บริการกว่า 41 สาขาทั่วประเทศ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร 02-704-5333 หรือ @line

วิธี กำจัดหนู ในบ้านให้หายขาด จบปัญหา ห่างไกลเชื้อโรค

กำจัดหนู

ปัญหาแมลงและสัตว์พาหะภายในบ้านเป็นเรื่องที่ทุกบ้านต้องพบเจอ “หนู” ถือเป็นสัตว์พาหะนำเชื้อที่พบเจอได้บ่อย และต้องรีบ กำจัดหนู ให้ออกจากบ้านโดยเร็ว เพราะนอกจากนำพาเชื้อโรค หนูยังทำลายข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้าน แอบขโมยอาหาร รวมถึงการส่งเสียงรบกวนสร้างความรำคาญแก่ผู้อยู่อาศัย ดังนั้นหนูจึงเป็นปัญหาที่ต้องรีบกำจัดโดยเร็ว ในบทความนี้เรามาพร้อมวิธีการกำจัดหนูที่สามารถทำตามได้ง่าย ๆ จบทุกปัญหากวนใจอย่างแน่นอน

สาเหตุที่หนูเข้าบ้านเกิดจากอะไร

ก่อนที่เราจะรู้วิธีการกำจัดหนู สิ่งที่ต้องรู้ก่อนคือ สาเหตุที่ หนูเข้าบ้าน โดยสามารถแบ่งได้เป็น 2 สาเหตุหลัก ๆ ดังนี้

  1. อาหาร : หนูมักจะเข้ามาในบ้านเพื่อหาอาหาร เพียงแค่มีเศษอาหารหล่นอยู่ หรือวางทิ้งไว้เป็นเวลานาน ก็เป็นอาหารชั้นเยี่ยมของหนูได้ ดังนั้นควรเก็บเศษอาหารทิ้งลงขยะและมัดปากถุงทุกครั้ง เพื่อป้องกันปัญหาไม่ให้หนูเข้าบ้าน
  2. สภาพอากาศ : หนูเป็นสัตว์ที่ชอบที่อุ่นและแห้ง มักเข้าบ้านมากเป็นพิเศษเมื่อเข้าสู่ฤดูฝน เพราะอากาศเปียกชื้นทำให้หนูต้องหาที่อบอุ่นเพื่อทำรัง เช่น ใต้หลังคา ฝ้าเพดาน ห้องเก็บของ ซอกมุมอับต่าง ๆ

วิธี กำจัดหนู ในบ้านให้หายขาด สามารถทำตามได้ง่าย ๆ

การ กำจัดหนู ในปัจจุบันไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เราได้รวบรวมวิธีการกำจัดหนูที่สามารถทำตามได้ง่าย ๆ และช่วยแก้ปัญหาได้ตรงจุด จะมีวิธีไหนบ้างตามไปดูกันเลย

1. ใช้กรงดักหนู

เป็นวิธีกำจัดหนูยอดนิยมโดยที่ไม่ต้องฆ่า เพียงแค่นำกรงดักหนูไปวางไว้ในบริเวณที่คาดว่าจะมีหนู เมื่อหนูวิ่งเข้าไปกรงก็จะปิดทันที และให้นำกรงออกไปปล่อยไกล ๆ บ้านเพื่อไม่ให้หนูกลับเข้ามาในบ้านอีก

2. ลูกเหม็น

นอกจากจะช่วยกำจัดมด แมลงสาบ จิ้งจก ลูกเหม็นยังช่วยกำจัดหนูได้อีกด้วย เพียงแค่วางลูกเหม็นไว้ในภาชนะตามจุดต่าง ๆ กลิ่นของลูกเหม็นก็จะช่วยไล่หนูไม่ให้เข้ามาทำรังภายในบ้านได้

3. ใช้สมุนไพรที่มีกลิ่นฉุน

การใช้สมุนไพรเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ปลอดภัย และไม่เป็นอันตราย เพียงแค่นำสมุนไพรที่มีกลิ่นฉุน อาทิ กระเทียม กะเพรา ใบพลู กานพลู ใบสะระแหน่ มาวางไว้ตามทางเดิน และจุดที่คิดว่าหนูจะมาทำรัง เพียงเท่านี้ก็ช่วยไล่หนูได้ แต่ไม่เหมาะกับการกำจัดในระยะยาวเพราะกลิ่นสมุนไพรจางไว อาจต้องใช้ในปริมาณเยอะ และต้องเปลี่ยนใหม่อยู่บ่อย ๆ

4. กำจัดเศษอาหาร

หนูเข้ามาในบ้านเพื่อหาอาหาร ดังนั้นการกำจัดเศษอาหารไม่ให้เหลือตกค้างจะช่วยป้องกันหนูได้ เมื่อทานอาหารเสร็จควรทิ้งเศษอาหารใส่ถุงขยะแล้วปิดให้มิดชิดทันที ไม่ควรทิ้งไว้ข้ามวัน

5. ปิดทางเข้าบ้าน

สำรวจรอบ ๆ บ้าน และดูภายในบ้านว่ามีจุดไหนที่หนูสามารถเข้ามาได้บ้าง ไม่ว่าจะเป็น รูตรงกำแพง หน้าต่างห้อง ท่อน้ำ ฝ้าเพดาน เมื่อพบทางที่มีความเสี่ยงควรรีบปิดทางเข้าทันที

6. จ้างบริษัทกำจัดหนู

เมื่อปัญหาหนูแก้ไม่หายขาด การเลือกจ้าง บริษัทกำจัดหนู คือทางเลือกที่ดีที่สุด เพราะมีความเชี่ยวชาญโดยตรง รู้วิธีการกำจัด มีเครื่องมือ อุปกรณ์ครบครัน สามารถกำจัดหนูได้หายขาด ไร้ปัญหากวนใจ

ไม่อยากให้ปัญหาหนูในบ้านกลายเป็นปัญหาใหญ่ รีบมาปรึกษา Advance Group Asia บริษัทกำจัดปลวก กำจัดหนู และสัตว์พาหะ มาพร้อมบริการสำรวจ ตรวจสอบพื้นที่การเข้าออกของหนู และปัจจัยเสี่ยงพื้นที่ที่หนูหลบซ่อน ดูแลโดยผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำปรึกษาฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย มั่นใจได้ในคุณภาพ และประสบการณ์กว่า 35 ปี กำจัดปลวก กำจัดหนู ต้องที่ แอ๊ดวานซ์ กรุ๊ป เอเซีย สอบถามเพิ่มเติม โทร 02-704-5333 หรือ @line

5 เรื่องควรรู้เกี่ยวกับการ กำจัดปลวก ต้องฉีดเมื่อไหร่ ควรฉีดบ่อยแค่ไหน?

กำจัดปลวก

การ กำจัดปลวก ในปัจจุบันเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ง่าย และไม่ยุ่งยาก เพราะใช้บริการ บริษัทกำจัดปลวก ที่มีความเชี่ยวชาญ มีความรู้เฉพาะด้านทำให้ผู้อยู่อาศัยสบายใจ ไร้กังวลเรื่องปลวกขึ้นบ้าน แต่ก็ยังมีหลายคนที่เกิดข้อสงสัยมากมายเกี่ยวกับการกำจัดปลวก ไม่ว่าจะเป็น ช่วงเวลาที่ควรกำจัดปลวก ฤดูไหนที่มีความเสี่ยงปลวกขึ้นบ้าน รวมถึงความถี่ในการฉีดปลวก ซึ่งในบทความนี้เราได้รวมเรื่องควรรู้เกี่ยวกับการกำจัดปลวกมาให้แล้ว รับรองว่าตอบทุกข้อสงสัยอย่างแน่นอน

5 เรื่องควรรู้เกี่ยวกับการ กำจัดปลวก

ปลวก เป็นปัญหากวนใจของทุกบ้านที่ไม่สามารถปล่อยผ่านได้ ดังนั้นการรู้วิธีการกำจัดปลวกที่ถูกต้องจะช่วยให้บ้านและเฟอร์นิเจอร์ของคุณปลอดภัย ไร้ปัญหา

1. ควรฉีดปลวกเมื่อไหร่

การ ฉีดปลวก เป็นเรื่องสำคัญที่ควรทำอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันปัญหาลุกลาม และควรรีบฉีดปลวกทันทีเมื่อพบสัญญาณเตือน ไม่ว่าจะเป็น รอยปลวก ทางเดินปลวก พบมูลปลวก สีของไม้ที่เปลี่ยนไป รวมถึงแมลงเม่า ปีกแมลงเม่าในบ้าน สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสัญญาณเตือนปลวกขึ้นบ้าน ต้องรีบป้องกันโดยเร็ว

2. ฤดูที่มีความเสี่ยงปลวกขึ้นบ้าน

อย่างที่รู้กันดีว่าปลวกชอบอยู่อาศัยในที่ที่มีความชื้นสูง ดังนั้นฤดูฝนจึงเป็นฤดูที่มีความเสี่ยง ปลวกขึ้นบ้าน มากที่สุด เพราะมีความชื้นจากน้ำฝนทำให้โครงสร้างบ้านที่เป็นไม้ และเฟอร์นิเจอร์ไม้มีความยืดหยุ่น เป็นโอกาสดีในการสร้างทางเดินเข้ามาในบ้านและสร้างรังปลวก หลังจากหมดช่วงฤดูฝน 2-3 เดือน ก็เป็นช่วงเวลาที่ดีในการขยายพันธ์ปลวก เพราะแมลงเม่าจะผสมพันธ์กัน และกลายเป็นปลวกในที่สุด ดังนั้นการกำจัดปลวกสามารถทำได้ทุกฤดูเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาปลวกขึ้นบ้าน

3. 1 ปี ควรฉีดปลวกกี่ครั้ง

อีกหนึ่งคำถามยอดนิยมของการกำจัดปลวกคือเรื่องของ ความถี่ในการฉีดปลวก ซึ่งในส่วนนี้จำเป็นที่จะต้องให้บริษัทกำจัดปลวกประเมินหน้างานตามความรุนแรง ขนาดพื้นที่ใช้สอย คุณภาพสารเคมี เพราะบ้าน อาคารแต่ละแห่งล้วนมีระบบในการกำจัดปลวกและปัญหาที่ต่างกัน หากมีปัญหาปลวกรุนแรงอาจจะต้องเข้ามาฉีดปลวกถี่ขึ้นเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

นอกจากนี้ภูมิภาคของที่อยู่อาศัยก็ส่งผลต่อรอบการฉีด เช่น ภาคใต้ เป็นภาคที่มีฝนตกบ่อย นำมาซึ่งความชื้นและปัญหาปลวก ดังนั้นการให้บริษัทกำจัดปลวกดูแล ให้คำแนะนำเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด แก้ปัญหาปลวกได้ในระยะยาว

4. ระบบในการกำจัดปลวก

การกำจัดปลวกนั้นสามารถทำได้หลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของสิ่งปลูกสร้าง โครงสร้าง ปัญหา และข้อจำกัดที่แตกต่างกันออกไป โดยสามารถแบ่งระบบได้ดังนี้

4.1 การวางระบบป้องกันปลวกก่อนการก่อสร้าง

เป็นการวางระบบตั้งแต่ก่อนที่จะสร้างเสร็จ โดยวางท่อ PVC หรือ PE ตามแนวคานใต้พื้นอาคาร และรอบ ๆ โครงสร้าง เป็นผลดีในการกำจัดปลวก เพราะสามารถจ่ายสารเคมีเข้าท่อได้เลยโดยไม่ต้องเจาะพื้นบ้าน

4.2 การวางระบบป้องกันปลวกหลังจากสร้างเสร็จแล้ว

สำหรับบ้าน อาคารที่มีการก่อสร้างเสร็จแล้วก็สามารถวางระบบได้เช่นกัน โดยแบ่งออกเป็น 3 วิธี ดังนี้

  1. ระบบสารเคมี : เป็นการเจาะพื้นที่ใกล้บริเวณที่พบปลวก จุดเสี่ยง และใช้เครื่องมือเฉพาะทางปล่อยสารเคมีลงใต้ดิน
  2. ระบบเหยื่อแบบติดกล่อง : วิธีนี้เหมาะกับบ้าน อาคารที่พบปัญหาปลวกแล้ว
  3. ระบบเหยื่อเต็มระบบ : การ กำจัดปลวกระบบเหยื่อ เหมาะกับบ้าน อาคารที่มีพื้นที่โดยรอบ เช่น บ้านเดี่ยว

5. กำจัดปลวกยิ่งถูกยิ่งคุ้ม

หลายคนเข้าใจว่ากำจัดปลวกที่ไหนก็เหมือนกัน ยิ่งค่าบริการถูกยิ่งคุ้ม ซึ่งความจริงแล้วไม่เป็นแบบนั้น การเลือกบริษัทกำจัดปลวกนอกจากเรื่องค่าบริการแล้วยังควรพิจารณาจากปัจจัยอื่น ๆ ด้วย เช่น การดำเนินงานที่ได้มาตรฐาน มีอุปกรณ์ในการดำเนินการครบครัน ใช้สารเคมีที่มีคุณภาพ ผ่านการรับรองจากองค์กรอาหารและยา เพื่อความปลอดภัย ไม่เป็นอันตรายต่อผู้อยู่อาศัยและสัตว์เลี้ยง

มองหาบริษัทกำจัดปลวกที่ได้มาตรฐาน อุปกรณ์ เครื่องมือผ่านการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบได้จริง ต้องที่ Advance Group Asia ดูแล ให้คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญโดยตรง สำรวจพื้นที่ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร 02-704-5333 หรือ @line

8 วิธี กำจัดปลวก ปลอดภัยต่อบ้านและผู้อยู่อาศัย

กำจัดปลวก

ไม่อยากให้บ้านพัง อย่ามองข้ามเรื่องของ “ ปลวก ” ศัตรูตัวร้ายทำลายบ้าน ต้องรีบ กำจัดปลวก โดยด่วนเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายภายในบ้าน ปัญหาปลวกเกิดได้ทั้งบ้านปูนและบ้านไม้ โดยเฉพาะบ้านที่เฟอร์นิเจอร์ไม้เยอะยิ่งมีความเสี่ยงสูง เพราะไม้ถือเป็นอาหารที่โปรดปรานของปลวก ดังนั้นการป้องกันและกำจัดปลวกเป็นสิ่งสำคัญ ในบทความนี้เรามาพร้อมวิธีการกำจัดปลวก ที่สามารถทำเองได้ง่าย ๆ เพื่อความปลอดภัยต่อบ้าน สิ่งของ และผู้อยู่อาศัย

8 วิธี กำจัดปลวก และป้องกันปลวกง่าย ๆ ไม่ยุ่งยาก

ในปัจจุบันการกำจัดปลวกสามารถทำได้หลากหลายวิธี เราได้รวบรวม 8 วิธีกำจัดปลวกง่าย ๆ ด้วยตัวเองมาฝาก จะมีวิธีไหนบ้างตามไปดูกันเลย

1. ลดความชื้นภายในบ้าน

ปลวกชอบอยู่อาศัยในที่ที่มีความชื้น ดังนั้นการลดความชื้นภายในบ้านจะช่วยลดความเสี่ยงปลวกขึ้นบ้านได้ ควรเปิดหน้าต่างให้มีอากาศถ่ายเทสะดวก ไม่อับชื้น

ในช่วงหน้าฝนต้องดูแลเรื่องนี้มากเป็นพิเศษ เพราะเป็นช่วงที่ไม่สามารถควบคุมความชื้นได้ และในช่วงเดือนมิถุนายน-ตุลาคม เป็นช่วงที่ปลวกมีโอกาสขึ้นบ้านได้ง่ายที่สุด เนื่องจากโครงสร้างบ้านส่วนที่เป็นไม้ และเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้านมีความยืดหยุ่นจากความชื้น

2. เคลือบวัสดุไม้ด้วยน้ำยากันปลวก

ไม้ถือเป็นอาหารชั้นเยี่ยมของปลวก การใช้น้ำยากันปลวกทาเคลือบวัสดุที่ทำจากไม้ และการเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ไม้ป้องกันปลวก จะช่วยลดความเสี่ยง ปลวกขึ้นบ้าน ได้

3. ปิดรอยร้าวและรูรั่วตามบ้าน

ควรใช้ยาแนวหรือปูนปิดรอยร้าวและรูรั่วตามจุดต่าง ๆ ของบ้าน เพราะปลวกจะใช้ช่องว่างเหล่านี้เป็นเส้นทางเข้ามาในบ้านเพื่อหาอาหาร ดังนั้นหากบ้านมีรอยร้าวหรือรูรั่วเล็ก ๆ ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ ควรแก้ไขทันทีเพื่อป้องกันไม่ให้ปลวกขึ้นบ้าน 

ในช่วงฤดูร้อน เดือนมีนาคม-พฤษภาคม ปลวกจะเข้าสถานีได้ดี เพราะปลวกชอบอยู่ในดินที่มีอุณหภูมิ 29-32 องศา

4. นำเฟอร์นิเจอร์ไม้ไปตากแดด

หากรู้สึกว่าเฟอร์นิเจอร์ไม้ในบ้านถูก ปลวก กินไปแล้ว หรือมีปลวกอยู่ภายใน เพียงนำเฟอร์นิเจอร์มาตากแดด ทิ้งไว้ประมาณ 3-4 วัน ปลวกก็จะถูกกำจัดไปทันที หากเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ที่ขนย้ายไม่สะดวก สามารถเปิดหน้าต่างเพื่อให้แสงแดดเข้าถึงภายในบ้านก็จะช่วยป้องกันปลวกได้เช่นกัน เพราะปลวกชอบอยู่ในที่มืดและชื้น ไม่ถูกกับแสงแดดและความร้อน

5. ใช้สมุนไพรกำจัดปลวก

การกำจัดปลวกด้วยสมุนไพรเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ได้รับความนิยม เพราะปลอดภัยและไม่ใช้สารเคมี เพียงแค่นำ ข่า ตะไคร้ กระเทียมมาผสมในปริมาณเท่า ๆ กัน (2 กิโลกรัม) นำมาสับให้ละเอียด จากนั้นนำไปผสมกับน้ำส้มสายชู เหล้าขาว อย่างละ 1 ขวด และน้ำเปล่า 20 ลิตร เมื่อผสมรวมกันให้ปิดฝาทิ้งไว้ประมาณ 1 สัปดาห์ หลังจากนั้นก็สามารถใช้น้ำยานี้กำจัดปลวกได้เลย

แม้การใช้สมุนไพรกำจัดปลวกจะปลอดภัย ไร้สารอันตราย แต่ต้องใช้ระยะเวลายาวนานในการแก้ปัญหา หากบ้านกำลังประสบปัญหาปลวก การกำจัดด้วยสมุนไพรอาจแก้ได้ไม่ทันท่วงที

6. เลี้ยงไส้เดือนฝอย

การเลี้ยงไส้เดือนฝอยไว้ที่สวนรอบ ๆ บ้านจะช่วยป้องกันและกำจัดปลวกได้ดี เพราะไส้เดือนฝอยกินปลวกเป็นอาหาร ดังนั้นเมื่อเลี้ยงไว้รอบ ๆ บ้านจะช่วยแก้ปัญหาปลวกขึ้นบ้านได้

7. สร้างกับดักปลวก

การสร้างกับดักเป็นการล่อให้ปลวกออกมาจากรัง โดยใช้ลังกระดาษที่มีความเปียกชื้น นำไปวางบริเวณที่คาดว่าเป็นรังของปลวก เพื่อล่อให้ปลวกออกมาหาอาหาร เมื่อปลวกติดกับดักให้นำลังไปเผาทิ้งทันที เท่านี้ก็จะช่วยลดปริมาณปลวกได้เป็นจำนวนมาก

8. ใช้บริการ บริษัทกำจัดปลวก

แม้การกำจัดปลวกจะสามารถทำได้หลากหลายวิธี แต่หากต้องการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ และเห็นผลในระยะยาว การเลือกใช้บริการ บริษัทกำจัดปลวก เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เพราะดำเนินการโดยผู้เชี่ยวชาญ มีอุปกรณ์เฉพาะ และมีความรู้ ความเข้าใจ สามารถกำจัดปลวกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ปัญหาปลวกยิ่งปล่อยไว้นานยิ่งลุกลาม ดังนั้นควรรีบกำจัดปลวกโดยเร็วเพื่อไม่ให้ปัญหากระจายเป็นวงกว้าง มาปรึกษาเรา Advance Group Asia บริษัทกำจัดปลวก ประสบการณ์กว่า 30 ปี ให้คำปรึกษาโดยผู้เชี่ยวชาญ สำรวจพื้นที่ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมให้บริการมากกว่า 41 สาขา สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร 02-704-5333 หรือ @line

ปัญหาแมลงและสัตว์พาหะภายในบ้าน กำจัดแมลง อย่างไรให้ได้ผล?

กำจัดแมลง

ปัญหายุง มด แมลงสาบ หนูและสัตว์พาหะ ล้วนเป็นปัญหาที่ทุกบ้านต้องพบเจออย่างเลี่ยงไม่ได้ สร้างความหนักใจให้แก่เจ้าบ้าน เป็นพาหะนำเชื้อโรคที่ส่งผลต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ ดังนั้นการป้องกันและ กำจัดแมลง จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องรีบหาทางป้องกันโดยเร็ว เพื่อไม่ให้ปัญหาลุกลาม และปลอดภัยต่อผู้อยู่อาศัย ในบทความนี้เราจะพาไปดูที่สาเหตุที่มาของแมลงและสัตว์พาหะ พร้อมวิธีการ กำจัดแมลง ให้หมดไป อยู่บ้านสบายใจไร้กังวล

สาเหตุที่มาของแมลงและสัตว์พาหะภายในบ้าน พร้อมวิธี กำจัดแมลง

1. ยุง

ยุง เป็นพาหะนำโรคไข้เลือดออก โรคเท้าช้าง โรคไข้มาลาเรีย เป็นอันตรายต่อผู้อยู่อาศัย ปัญหายุงภายในบ้านเป็นปัญหาที่พบเจอได้บ่อย ยุงเกิดจากการเพาะพันธุ์ในน้ำโดยการวางไข่ พัฒนาไปเป็นลูกน้ำและกลายเป็นยุง ยุงนิยมเพาะพันธุ์บริเวณที่มีน้ำ เช่น แจกันดอกไม้ โอ่งน้ำ ถ้วยน้ำสัตว์เลี้ยง ภาชนะน้ำขัง รวมไปถึงบริเวณที่มีความชื้นและมีน้ำขัง สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสภาพแวดล้อมที่ดีในการวางไข่และเพาะพันธุ์ยุง

วิธีการป้องกันและ กำจัดยุง

การป้องกันยุงสามารถทำได้หลากหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการปิดฝาภาชนะเก็บน้ำ เปลี่ยนน้ำในแจกันทุกสัปดาห์ การจัดการพื้นที่น้ำขัง รวมไปถึงการกำจัดด้วยสมุนไพรและสารเคมี

  • การกำจัดด้วยวิธีธรรมชาติ : การใช้สมุนไพร กำจัดยุง ได้รับความนิยมอย่างมาก สามารถเลือกใช้ได้หลากหลาย อาทิ ตะไคร้ มะกรูด มะนาว ยูคาลิปตัส
  • การกำจัดด้วยสารเคมี : เมื่อพบว่ายุงมีจำนวนมากเกินควบคุม ในระยะตัวเต็มวัย การฉีดยาแบบพ่นควันเป็นวิธี กำจัดยุง ที่ได้รับความนิยม และในระยะตัวอ่อนหรือลูกน้ำ นิยมใช้่สารเคมีคลุกทรายโรยตามจุดบริเวณน้ำขัง เป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุและเห็นผลยาวนานกว่าการกำจัดด้วยสมุนไพร

2. มด

มดตัวเล็ก แต่ปัญหาไม่เล็ก เป็นพาหะนำเชื้อโรค สร้างความรำคาญและความเสียหายให้กับบ้านมากกว่าที่คิด มดขึ้นบ้านได้จากหลายสาเหตุ ทั้งการทิ้งเศษอาหาร เศษขนม รอยร้าวในบ้าน รวมไปถึงสภาพอากาศตอนฝนตก

วิธีการป้องกันและ กำจัดมด
  • การป้องกันมด : สามารถป้องกันได้ง่าย ๆ โดยการรักษาความสะอาด ไม่ทิ้งเศษขยะ ปิดรอยร้าวภายในบ้าน และใช้น้ำรองชั้นวางของที่เป็นจุดเสี่ยงมดขึ้นบ้าน เพื่อป้องกันไม่ให้มดไต่ขึ้นไปหาแหล่งอาหารของมด
  • วิธีการ กำจัดมด : มดสามารถกำจัดได้โดยใช้ของในครัวเรือน เช่น น้ำส้มสายชู น้ำยาล้างจาน การบูร มะนาว นอกจากนี้ยังมีการใช้สารเคมี กำจัดมด ฉีดป้องกันรอบ ๆ บ้านเพื่อลดความเสี่ยงมดขึ้นบ้านในระยะยาว

3. แมลงสาบ

แมลงสาบเป็นฝันร้ายของหลาย ๆ คน เพราะนอกจากจะวิ่งไวยังบินได้อีกด้วย เป็นสัตว์พาหะนำเชื้อโรคมาสู่คน ไม่ว่าจะเป็น โรคอาหารเป็นพิษ โรคอุจจาระร่วง พยาธิ ภูมิแพ้ ซึ่งสาเหตุที่พบแมลงสาบมักมาจากท่อระบายน้ำ ช่องแคบ เศษอาหาร เศษขยะ รวมไปถึงพื้นที่อับชื้น

วิธีการป้องกันและ กำจัดแมลงสาบ
  • การป้องกันแมลงสาบ : เริ่มจากการรักษาความสะอาด ปิดฝาท่อภายในบ้าน จัดการขยะไม่ให้เป็นแหล่งอาหารของแมลงสาบ
  • วิธีการ กำจัดแมลงสาบ : สามารถทำได้หลายวิธีทั้ง การใช้ยาฆ่าแมลง การใช้สมุนไพร รวมถึงการใช้สารเคมี ซึ่งเป็นวิธีที่ได้รับความนิยม เห็นผลไวและได้ผลลัพธ์ที่ดี ทั้งนี้ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการกำจัดแมลงและสัตว์พาหะเพื่อความปลอดภัย ไม่เป็นอันตรายต่อผู้อยู่อาศัย

4. หนู

หนูถือเป็นสัตว์พาหะนำสารพัดเชื้อโรคมาสู่คน ไม่ว่าจะเป็น โรคฉี่หนู กาฬโรค โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ นอกจากนี้ยังเป็นสัตว์ที่สร้างความเสียหายให้แก่ข้าวของภายในบ้าน หนูมักจะไม่สร้างรังอยู่ในบ้าน แต่จะสร้างรังอยู่รอบ ๆ บ้าน และเข้ามาในบ้านเพื่อหาอาหาร

วิธีการป้องกันและ กำจัดหนู
  • การป้องกันหนู : ควรรักษาความสะอาดภายในบ้าน ไม่ทิ้งเศษอาหาร เศษขยะ ปิดทางเข้าออกภายในบ้านให้มิดชิดทั้งรูบริเวณบ้าน ประตูและหน้าต่าง ป้องกันไม่ให้หนูเข้ามาภายในบ้านได้
  • วิธีการ กำจัดหนู : ใช้สมุนไพรไล่หนู กับดักล่อ รวมไปถึงการเลือกใช้บริการ บริษัทกำจัดหนู เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาดูแลแก้ไขปัญหาโดยตรง เพื่อผลลัพธ์ที่ดีในระยะยาว

ปัญหาแมลงและสัตว์พาหะภายในบ้านเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องแก้โดยไว เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายและอันตรายต่อผู้อยู่อาศัย การ กำจัดแมลง ด้วยตัวเองสามารถทำได้หลายวิธี แต่หากต้องการกำจัดแมลงและสัตว์พาหะให้หมดไปโดยเร็วและเห็นผลในระยะยาว การเลือกใช้บริการ บริษัทกำจัดแมลง เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด มาปรึกษาเรา Advance Group Asia บริษัทกำจัดปลวก กำจัดแมลง กำจัดแมลงสาบ กำจัดยุง และสัตว์พาหะ ดูแลโดยผู้เชี่ยวชาญโดยตรง มั่นใจได้ในคุณภาพและผลลัพธ์ที่ได้ เราเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ปลอดภัย ไม่เป็นอันตราย สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร 02-704-5333 @line

กำจัดปลวกระบบเหยื่อ คืออะไร ดีอย่างไรต่อบ้าน

กำจัดปลวกระบบเหยื่อ

ปัญหา ปลวกขึ้นบ้าน ยังเป็นปัญหาที่หลาย ๆ บ้านพบเจอได้บ่อย สร้างความเสียหายให้แก่ตัวบ้านและเฟอร์นิเจอร์ ในปัจจุบันมีการกำจัดปลวกหลากหลายวิธีที่แก้ปัญหาได้ตรงจุด ซึ่งหนึ่งวิธีที่ได้รับความนิยม ไม่เป็นอันตรายต่อผู้อยู่อาศัยและสัตว์เลี้ยงคือการ กำจัดปลวกระบบเหยื่อ เห็นผลดี ปลวก ตายยกรัง ในบทความนี้เราจะพาไปทำความรู้จักการกำจัดปลวกด้วยระบบเหยื่อ วิธีการทำงาน ดีอย่างไรต่อบ้าน บทความนี้มีคำตอบ ตามไปดูพร้อมกันได้เลย

กำจัดปลวกระบบเหยื่อ คืออะไร

การกำจัดปลวกด้วยระบบเหยื่อ เป็นนวัตกรรมที่ทันสมัยและได้รับความนิยมไปอย่างแพร่หลาย เป็นวิธีการกำจัดปลวกที่มีความปลอดภัย ไม่เป็นอันตรายต่อผู้อยู่อาศัยและไม่ต้องเจาะพื้นบ้าน หลักการของการกำจัดปลวก ระบบเหยื่อ คือ การใช้อาหารเป็นตัวล่อปลวก โดยฝังสถานีเหยื่อไว้ตามจุดต่าง ๆ ของบ้านทั้งภายในบ้านและรอบบ้าน ในสถานีจะมีอาหารที่ล่อให้ปลวกเข้ามาติดกับ ภายในอาหารจะมีสารเคมีที่ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของ ปลวก ช่วยยับยั้งไม่ให้ปลวกลอกคราบได้ ส่งผลให้ปลวกตายในที่สุด

ขั้นตอนการทำงาน กำจัดปลวกระบบเหยื่อ

การกำจัดปลวกด้วยระบบเหยื่อควรให้ บริษัทกำจัดปลวก จัดการโดยตรง เพราะต้องอาศัยความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์เฉพาะด้าน เพื่อให้กำจัดปลวกได้มีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งวิธี การกำจัดปลวกระบบเหยื่อ นั้นเห็นผลชัด ปลวกตายยกรังและเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการกำจัดปลวก โดยมีขั้นตอนการทำงานดังนี้

1. ตรวจหาตำแหน่งของปลวกและติดตั้งเหยื่อ

ก่อนการวางเหยื่อ บริษัทกำจัดปลวก จะต้องตรวจหาเส้นทางของปลวกในแต่ละจุดของบ้าน พร้อมดูว่าเส้นทางเหล่านั้นเชื่อมต่อไปยังรังปลวกหรือไม่ โดยจะดูเส้นทางที่พบปลวกแล้วเท่านั้น เมื่อตรวจหาเส้นทางที่ปลวกจะเดินแล้ว บริษัทกำจัดปลวก จะทำการติดตั้งสถานีเหยื่อเพื่อล่อให้ปลวกมากิน

2. เติมเหยื่อในสถานีทุก 15 วัน

ปลวกงานจะนำเหยื่อในสถานีกลับไปยังรังปลวกเพื่อให้ปลวกวรรณะอื่น ๆ กินต่อ โดยไม่รู้ว่าอาหารเหล่านั้นมีสารเคมีที่ส่งผลต่อการลอกคราบอยู่ภายใน เมื่อปลวกนำเหยื่อออกไปก็ต้องมีการเติมเหยื่อเข้าไปเรื่อย ๆ ทุก 15 วัน โดยทุกครั้งที่เติมเหยื่อเข้าไปต้องรีบปิดสถานีให้มืดสนิท มิดชิด ไม่ให้มีแสงเล็ดลอดเข้าไป เพราะปลวกชอบอยู่ในที่มืดและอับชื้น

3. ติดตามผลใน 1-2 เดือน

การกำจัดปลวกระบบเหยื่อ ใช้เวลานานกว่าวิธีอื่น ๆ แต่เป็นการกำจัดปลวกที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุด เพราะสารเคมีเหล่านั้นจะทำให้ปลวกและตัวอ่อนไม่สามารถลอกคราบได้ ส่งผลให้ปลวกตายยกรังในที่สุด

การกำจัดปลวก ระบบเหยื่อ ดีต่อบ้านอย่างไร?

  1. มีประสิทธิภาพสูง ปลวกตายยกรัง
  2. ปลอดภัย ไม่เป็นอันตรายต่อผู้อยู่อาศัยและสัตว์เลี้ยง
  3. แก้ปัญหาได้ในระยะยาว
  4. ไม่ต้องเจาะพื้นบ้าน ไม่ต้องอัดสารเคมีลงพื้น

แม้การกำจัดปลวกด้วยระบบเหยื่อจะได้รับความนิยม แต่ก็มีความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้เช่น ปลวกไม่เข้ามาในสถานีเหยื่อ ดังนั้นควรปรึกษา บริษัทกำจัดปลวก ที่มีความเชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์เพื่อแก้ปัญหาได้ตรงจุด มาที่ Advance Group Asia เรายินดีให้ปรึกษาและสำรวจพื้นที่ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมให้บริการกำจัดปลวกและสัตว์พาหะ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร 02-704-5333 หรือ @line