10 อันดับ แมลงที่เป็นภัยต่อบ้าน พร้อมวิธีกำจัดปลวกและ กำจัดแมลง

กำจัดปลวก กำจัดแมลง

แมลงเป็นสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่รอบตัวเรา ทั้งภายในบ้านและบริเวณสวน แม้แมลงส่วนมากจะมีขนาดเล็ก แต่กลับสร้างปัญหามากกว่าที่คิด ทั้งความเสียหายต่อบ้าน สวน รวมถึงผู้อยู่อาศัย ดังนั้นเราจึงควรรู้ว่าแมลงชนิดใดเป็นภัยต่อบ้าน และควรรีบ กำจัดแมลง เหล่านี้ให้พ้น เพื่อความปลอดภัยต่อบ้าน และผู้อยู่อาศัย ซึ่งบทความนี้เราจะพาไปทำความรู้จัก 10 อันดับแมลงที่เป็นภัยต่อบ้าน พร้อมวิธีการกำจัดแมลงที่ง่ายและปลอดภัย

10 อันดับ แมลงที่เป็นภัยต่อบ้าน

แม้แมลงจะเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่ดูไม่มีพิษภัย แต่เมื่ออยู่รวมกันเป็นจำนวนมากก็สามารถสร้างความเสียหายต่อบ้านได้ จะมีแมลงชนิดใดบ้าง ตามไปดูพร้อมกันเลย!

1. ปลวก

ปลวกเป็นสัตว์อันดับหนึ่งที่สร้างความเสียหายให้แก่บ้าน อาหารที่ปลวกชื่นชอบคือ ไม้ ดังนั้นหากบ้านมีโครงสร้างของไม้ หรือมีเฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากไม้ ต้องระมัดระวังให้ดี เพราะหากเกิดปัญหาปลวกขึ้นบ้านแล้วไม่รีบแก้โดยเร็ว ปลวกอาจสร้างความเสียหายให้มากกว่าที่คิด

2. แมลงเม่า

มักจะพบเจอได้บ่อยในช่วงฤดูฝน หรือพื้นที่ที่มีความชื้นมาก ซึ่งจริง ๆ แล้วแมลงเม่าก็คือ ปลวก ที่อยู่ในวรรณะสืบพันธุ์ หากในบ้านมีแมลงเม่าออกมาบินให้เห็นอยู่บ่อย ๆ ก็มีความเสี่ยงว่าบ้านอาจกลายเป็นที่อยู่ของปลวก และอาจนำมาสู่ปัญหา ปลวกขึ้นบ้าน ได้

3. มด

มดถือเป็นสัตว์ที่พบเจอง่ายที่สุดในบ้าน เพราะมดมักจะหาแหล่งอาหารอยู่เสมอ โดยส่วนมากจะพบในห้องครัว หรือบริเวณที่มีเศษอาหารอยู่ นอกจากจะเป็นภาหะนำเชื้อโรค มดบางประเภทเช่น มดไม้ ยังสามารถกัดกินโครงสร้างบ้านที่เป็นไม้ หรือเฟอร์นิเจอร์ไม้ ก่อให้เกิดความเสียหายได้

4. แมลงสาบ

แมลงสาบถือเป็นพาหะนำเชื้อโรค นำไปสู่โรคต่าง ๆ มากมาย ทั้ง โรคบิด กาฬโรค โรคเกี่ยวกับทางเดินอาหาร ซึ่งแมลงสาบ สามารถเข้ามาได้จากหลายสาเหตุทั้ง เศษอาหาร ขยะ รวมถึงท่อน้ำ ดังนั้นควรหาวิธีป้องกันไม่ให้แมลงสาบเข้ามาวางไข่แพร่พันธุ์ภายในบ้าน

5. ยุง

เป็นแมลงดูดเลือดชนิดหนึ่ง ที่นอกจากจะกัดคนแล้วยังเป็นพาหะนำโรคต่าง ๆ มากมาย เช่น ไข้เลือดออก ไข้มาลาเรีย โรคฟิลาเรียหรือเท้าช้าง

6. แมลงวัน

แมลงวันเป็นสัตว์ที่สร้างความรำคาญให้กับคน และยังเป็นพาหะนำเชื้อโรค ส่งผลให้เกิดโรคต่าง ๆ มากมาย เช่น อาหารเป็นพิษ ท้องร่วง โรคระบบทางเดินอาหาร นอกจากนี้แมลงวันบางชนิดอาจไชเข้าทางผิวหนังของคนหรือสัตว์ได้ ส่งผลให้ผิวหนังอักเสบ หรือแผลเน่าได้

7. เห็บ-หมัด

สำหรับบ้านที่เลี้ยงสัตว์อาจจะพบเจอกับสัตว์ชนิดนี้ นอกจากจะกัดผิวหนังของสัตว์เลี้ยงแล้ว เห็บ-หมัด ยังสามารถกัดคนได้เช่นกัน ซึ่งหากมีอาการแพ้อาจเกิดการอักเสบบวมแดง มีรอยใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ และหากเป็นหนักอาจเกิดการอักเสบเรื้อรังเป็นเดือน ดังนั้นไม่ควรนิ่งนอนใจ และต้องรีบหาทางกำจัดโดยเร็ว

8. แมลงก้นกระดก

พบบ่อยในช่วงฤดูฝน มักจะเข้ามาตอมหลอดไฟในบ้านและร่วงหล่นตามพื้น หากพบเจอควรหลีกเลี่ยงการสัมผัส เพราะแมลงก้นกระดกมีพิษที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองที่ผิวหนัง อาจเกิดอาการแสบร้อน และเป็นรอยไหม้ได้ หากมีอาหารแพ้รุนแรงอาจเกิดอาการ คลื่นไส้ อาเจียน และเป็นไข้

9. แมลงทำลายไม้

เป็นแมลงในไฟลัมอาร์โทรพอด (Arthropod) ซึ่งมีหลายสายพันธุ์ อาทิ มอด ด้วงหนวดยาว แมลงทับ แมลงเต่าทอง หนอนกินไม้ ฯลฯ ซึ่งแมลงทำลายไม้เหล่านี้สามารถทำลายไม้ได้หลายชนิด เรียกได้ว่าสร้างความเสียหายไม่แพ้ปลวก

10. แมลงปีกแข็ง

แมลงปีกแข็งเป็นแมลงที่มักพบในช่วงฤดูฝน แม้จะไม่ได้เป็นพาหะนำโรค แต่แมลงชนิดนี้สามารถปล่อยสาร เบนโซควิโนน (Benzoquinones) ออกมาเพื่อป้องกันตัวเองจากศัตรู เมื่อปล่อยออกมาเป็นจำนวนมากก็อาจเป็นอันตรายได้ ส่งผลให้เกิดอาการแพ้ มีผื่นแดง รวมถึงอาการปวดศีรษะ และจมูกอักเสบร่วมด้วย

วิธีการ กำจัดปลวก และ กำจัดแมลง

การป้องกันและ กำจัดแมลง เป็นเรื่องสำคัญที่จะช่วยให้ผู้อยู่อาศัยอยู่บ้านอย่างปลอดภัย ปราศจากเชื้อโรค และช่วยลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับบ้าน และทรัพย์สิน ซึ่งแบ่งวิธีการกำจัดปลวก และแมลงเป็น 2 วิธีหลัก ดังนี้

1. กำจัดโดยใช้วิธีธรรมชาติ

  • กำจัดปลวก : ในปัจจุบันสามารถเลือกใช้ได้หลากหลายวิธี เช่น การใช้สมุนไพร การอุดรูปลวก การระบายความชื้นภายในบ้าน รวมถึงการนำเฟอร์นิเจอร์ไปตากแดด
  • กำจัดแมลง : สามารถนำภูมิปัญญาชาวบ้านมาปรับใช้ได้ตามปัญหาแมลงที่เจอ เช่น กำจัดยุงด้วยน้ำมันยูคาลิปตัส ขีดชอล์กไล่มด ปลูกตะไคร้หอมไล่แมลง เป็นต้น

2. กำจัดโดยสารเคมี

  • กำจัดปลวก และแมลง : การเลือกใช้สารเคมีในการกำจัดปลวก กำจัดแมลง เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพ เห็นผลไว และแก้ปัญหาระยะยาว เพราะเป็นสารเคมีที่ได้มาตรฐาน ผ่านการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นจึงมั่นใจได้ในผลลัพธ์ที่จะได้ อย่างไรก็ตามควรให้ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ดำเนินการเพื่อความปลอดภัย และไม่เป็นอันตรายต่อผู้อยู่อาศัย

แม้การกำจัดโดยวิธีธรรมชาติจะปลอดภัย ไร้สารเคมี แต่ต้องใช้เวลานานกว่าจะเห็นผลลัพธ์ และอาจช่วยแก้ปัญหาได้ในระยะสั้น ดังนั้นหากบ้านใดที่พบปัญหาปลวก หรือปัญหาแมลงที่หนักเกินเยียวยา การกำจัดปลวกและแมลงโดยใช้สารเคมีย่อมเป็นทางเลือกที่ดีกว่าหากกำลังมองหา บริษัทกำจัดปลวก ที่ปลอดภัย ได้มาตรฐานสากล ต้องมาปรึกษา Advance Group Asia ดูแลโดยผู้เชี่ยวชาญโดยตรง พร้อมให้บริการกำจัดปลวก และสัตว์พาหะ ดูแลทั่วไทยกว่า 41 สาขา ปรึกษา พร้อมสำรวจพื้นที่ฟรี สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร 02-704-5333 หรือ @line

7 อันดับ ปัญหาบ้านในหน้าฝน ที่ต้อง ทำความสะอาด โดยด่วน!

ทำความสะอาด

ฤดูฝนเป็นช่วงเวลาที่มีโอกาสพบเจอปัญหาต่าง ๆ ภายในบ้านได้มากกว่าฤดูอื่น ๆ เพราะฝนอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินภายในบ้าน และทำให้บ้านสกปรก เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค ดังนั้นการดูแล ทำความสะอาด ภายในบ้านจึงเป็นสิ่งสำคัญที่มองข้ามไม่ได้ ควรมีการเตรียมพร้อมรับมือกับปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในหน้าฝน ซึ่งในบทความนี้เราจะพูดถึง 7 อันดับปัญหาบ้านที่อาจเกิดขึ้นในหน้าฝน พร้อมการดูแลความสะอาด เพื่อให้คุณสามารถรับมือกับปัญหาเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

7 อันดับ ปัญหาบ้านที่ต้องดูแล ทำความสะอาด

ความสะอาดภายในบ้านเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญ เพื่อสุขลักษณะที่ดีต่อผู้อยู่อาศัย ยิ่งเข้าสู่หน้าฝนยิ่งต้องระวังมากเป็นพิเศษเพราะมาพร้อมปัญหาต่าง ๆ ที่หากแก้ไขช้าอาจส่งผลเสียมากกว่าที่คิด

1. หลังคารั่วซึม

หนึ่งในปัญหายอดฮิตที่เจอในช่วงหน้าฝนคือ หลังคารั่วซึม น้ำฝนจะซึมเข้ามาผ่านรอยรั่วของหลังคา ซึ่งอาจสร้างความเสียหายให้แก่เฟอร์นิเจอร์และของใช้ภายในบ้าน นอกจากนี้อาจเกิดคราบสิ่งสกปรกจากการรั่วซึมจากน้ำฝนอีกด้วย จึงควรรีบตรวจสอบจุดรั่วซึมและทำการแก้ไขทันทีเพื่อไม่ให้ปัญหาลุกลาม

2. ผนังรั่วซึม

นอกจากหลังคารั่วซึม อีกหนึ่งปัญหาที่พบได้บ่อยคือ ผนังรั่วซึม ซึ่งเกิดจากรอยแตกร้าวที่ผนังบ้าน ส่งผลให้น้ำซึมเข้ามาตามรอยแตกของกำแพง หากปล่อยไว้นานอาจเกิดปัญหา เช่น เชื้อรา กลิ่นอับชื้น และหากตรงผนังเป็นจุดที่มีปลั๊กไฟ สายไฟ อาจส่งผลให้เกิดไฟรั่วได้

3. เฟอร์นิเจอร์เสียหาย

ปัญหาการรั่วซึมตามจุดต่าง ๆ เช่น หลังคา ผนัง พื้นบ้าน อาจส่งผลทำให้เฟอร์นิเจอร์เสียหาย เพราะเฟอร์นิเจอร์บางอย่างก็ไม่ถูกกับน้ำ เช่น ไม้ เหล็ก หรือกระดาษ หากโดนความชื้นเป็นเวลานานก็อาจสร้างความเสียหายได้

4. ความชื้นภายในบ้าน

ในช่วงหน้าฝนเป็นช่วงที่ภายในบ้านมีความชื้นสูงเกินกว่า 50% สาเหตุเกิดจากการที่ฝนสาดเข้ากับตัวบ้านโดยตรง การระบายอากาศที่ไม่เพียงพอ ปัญหาน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน รอยรั่วซึมตามจุดต่าง ๆ สาเหตุเหล่านี้ทำให้อาจเกิดปัญหาเชื้อรา และเชื้อแบคทีเรียสะสม ควรแก้ไขโดยการใช้เครื่องลดความชื้น เปิดหน้าต่างรับแสงแดดให้ความชื้นภายในบ้านถูกระบายออก

5. ท่อน้ำทิ้งและรางน้ำฝนตัน

อีกหนึ่งปัญหาที่พบเจอได้บ่อยคือ ปัญหาท่อน้ำทิ้งและรางน้ำฝนตัน เกิดจากฝุ่นดินรวมไปถึงใบไม้ที่ตกลงมา ควรดูตรวจดูท่อน้ำทิ้งและรางน้ำฝนหลังจากที่ฝนหยุดตกเพื่อดูว่ามีสิ่งใดอุดตันอยู่หรือไม่ และควร ทำความสะอาด ทันทีเพื่อให้น้ำฝนสามารถไหลผ่านได้อย่างไร้สิ่งกีดขวาง

6. น้ำขังภายในบ้านและบริเวณบ้าน

เมื่อฝนหยุดตก ปัญหาที่พบเจอได้บ่อยคือ ปัญหาน้ำขัง ที่อยู่ตามจุดต่าง ๆ ในบริเวณบ้าน หากปล่อยไว้ไม่จัดการก็อาจเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค เช่น ยุงที่มาวางไข่และขยายพันธุ์ เป็นพาหะนำโรคไข้เลือดออก มาลาเรีย ดังนั้นหากพบเห็นน้ำขังบริเวณบ้านต้องรีบจัดการทันทีเพื่อไม่ให้ยุงมาเพาะพันธุ์ได้

7. กลิ่นไม่พึงประสงค์

เมื่อฝนตกอาจทำให้บ้านมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ เช่น กลิ่นอับชื้น กลิ่นจากท่อน้ำ ซึ่งสามารถแก้ไขได้ง่าย ๆ โดยการรักษาความสะอาด ทำความสะอาด สม่ำเสมอ เปิดหน้าต่างระบายอากาศ และใช้สเปรย์ปรับอากาศเพื่อดับกลิ่น

ในช่วงหน้าฝนเป็นช่วงที่ควรเตรียมรับมือกับปัญหาภายในบ้านที่อาจเกิดขึ้น ควรตรวจสอบและซ่อมแซมบ้านเพื่อไม่ให้ปัญหาเหล่านั้นลุกลาม และควรรักษาความสะอาดภายในบ้านอยู่เสมอเพื่อสุขลักษณะที่ดีของผู้อยู่อาศัย หลายบ้านอาจสงสัยว่า ควรจ้าง บริษัทรับทำความสะอาด ในช่วงหน้าฝน หรือรอหมดหน้าฝน เราขอบอกเลยว่าหากคุณพบปัญหา 7 ข้อที่กล่าวมาข้างต้นก็ควรทำความสะอาดทันที หรือจ้างบริษัททำความสะอาดเมื่อหมดหน้าฝน เข้าสู่หน้าหนาว หรือในช่วงปีใหม่ เพื่อทำความสะอาดครั้งใหญ่ ดูแลทุกซอกทุกมุม

หากคุณกำลังมองหา บริษัทรับทำความสะอาด บริษัทแม่บ้าน ที่จะมาเป็นตัวช่วยดูแลทำความสะอาด กำจัดคราบและกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ มาปรึกษา Advance Group Asia เราพร้อมดูแลด้วยทีมงานที่ได้รับการฝึกอบรมมาอย่างดี พร้อมดูแลลูกค้าบ้าน และองค์กร รับทำความสะอาด ครบวงจรทั้ง Big Cleaning การพ่นละอองฆ่าเชื้อ ทำความสะอาดกระจก ด้วยประสบการณ์มากกว่า 20 ปี สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร 02-704-5333 หรือ @line

เตรียมความพร้อม ก่อน-หลัง ฉีดปลวก ให้ปลอดภัยต่อคนและสัตว์เลี้ยง

ฉีดปลวก

การกำจัดปลวกเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องทำทุกปี เพื่อป้องกันไม่ให้ ปลวกขึ้นบ้าน และทำลายข้าวของเสียหาย ซึ่งในแต่ละครั้งที่มีการ ฉีดปลวก จำเป็นต้องมีการเตรียมความพร้อมก่อน-หลังฉีดอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันผลกระทบจากสารเคมี ถึงแม้ว่าสารเคมีจะได้มาตรฐาน ผ่านการรับรองว่าปลอดภัยและไม่เป็นอันตราย แต่การเตรียมสถานที่ให้พร้อมต่อการพ่นน้ำยาย่อมมีประสิทธิภาพที่ดีกว่า อีกทั้งยังปลอดภัยต่อผู้อยู่อาศัยและสัตว์เลี้ยง ซึ่งในบทความนี้ Advance Group Asia มีข้อแนะนำดี ๆ ในการเตรียมพร้อมก่อน-หลังฉีดปลวกมาฝากทุกท่าน

ข้อควรปฏิบัติก่อน ฉีดปลวก

การเตรียมความพร้อมก่อนฉีดปลวกเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อป้องกันผลกระทบจากสารเคมีที่จะมาสู่คน และสัตว์เลี้ยง นอกจากนี้ยังช่วยให้สารเคมีทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ควรทำตามข้อปฏิบัติดังต่อไปนี้

1. ทำความสะอาดบ้าน เก็บของให้เป็นระเบียบ

ก่อนฉีดปลวกควรทำความสะอาดบ้านให้เรียบร้อย เพื่อให้น้ำยาฉีดปลวกทำงานได้เต็มที่ นอกจากนี้ควรเก็บของให้เป็นระเบียบ เก็บเสื้อผ้าเข้าตู้ เก็บหนังสือลงกล่อง หรือหาผ้ามาคลุมหนังสือเพื่อไม่ให้ปนเปื้อนสารเคมี

2. เคลื่อนย้ายเฟอร์นิเจอร์ให้ห่างจากผนังและปิดปกคลุม

เพื่อให้การปฏิบัติงานรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ ควรเคลื่อนย้ายโต๊ะ เก้าอี้ และเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ให้ห่างจากผนังบ้านและปิดปกคลุมเฟอร์นิเจอร์ เช่น โต๊ะอาหาร โซฟาแบบผ้า เป็นต้น เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าไปฉีดพ่นน้ำยาได้ง่าย และครอบคลุมทุกจุด

3. เก็บภาชนะ และอาหารให้มิดชิด

ในขณะที่ฉีดปลวกสารเคมีอาจสัมผัสกับภาชนะ อาหาร หรือเครื่องดื่มได้ ดังนั้นจึงควรเก็บให้อาหารใส่ในกล่อง ในตู้เย็น หรือเก็บให้ห่างจากบริเวณที่ฉีดปลวกเพื่อป้องกันอันตรายจากสารเคมี

4. เคลื่อนย้ายสัตว์เลี้ยงออกห่างบริเวณฉีดปลวก

ไม่ควรให้สัตว์เลี้ยงไปสัมผัสกับสารเคมี หรืออยู่ใกล้บริเวณที่ฉีดปลวก เพราะอาจเป็นอันตรายต่อสัตว์เลี้ยงได้ ดังนั้นระหว่างที่ บริษัทกำจัดปลวก ดำเนินการควรเคลื่อนย้ายสัตว์ออกไป หรือจัดการเข้ากรงให้เรียบร้อยเพื่อป้องกันไม่ให้เดินเพ่นพ่าน และควรรอประมาณ 1-2 ชั่วโมง จึงจะสามารถปล่อยสัตว์เลี้ยงออกมาเดินได้อย่างอิสระ

ข้อควรปฏิบัติ หลังฉีดปลวก

เมื่อฉีดปลวกเสร็จสิ้น ควรทำตามข้อปฏิบัติดังต่อไปนี้ เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด ปลอดภัยต่อผู้อยู่อาศัยและสัตว์เลี้ยง

1. ออกจากบริเวณที่ ฉีดปลวก

หลังฉีดปลวกควรออกจากบริเวณที่ฉีดอย่างน้อย 1 ชั่วโมง เพื่อป้องกันอันตรายจากสารเคมี และให้สารเคมีได้แพร่กระจายไปทั่วบ้าน ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ

2. เปิดหน้าต่างระบายอากาศ

สารเคมีในการกำจัดปลวกบางประเภทมีกลิ่นฉุน ดังนั้นเมื่อฉีดปลวกเสร็จเรียบร้อยจึงควรเปิดหน้าต่างเพื่อระบายอากาศ และกำจัดกลิ่นสารเคมีภายในบ้านออกไป

3. หลีกเลี่ยงการทำความสะอาดทันที

หลังฉีดปลวกเสร็จควรรอให้สารเคมีแห้งเองโดยที่ไม่ต้องทำความสะอาด และควรเว้นช่วงทำความสะอาดไปสัก 3-4 ชั่วโมง

การเตรียมความพร้อมก่อน-หลังการฉีดปลวกเป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้ ควรให้ความสำคัญ และปฏิบัติตามข้อปฏิบัติเหล่านี้อย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยต่อคนในบ้านและสัตว์เลี้ยง นอกจากนี้อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ การเลือก บริษัทกำจัดปลวก ที่ได้มาตรฐาน ดูแลโดยผู้เชี่ยวชาญโดยตรงอย่าง Advance Group Asia ที่พร้อมให้บริการกำจัดปลวก และสัตว์พาหะ ปรึกษา พร้อมสำรวจพื้นที่ฟรี สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร 02-704-5333 หรือ @line

ปลวก และสัตว์พาหะ อันตรายในหน้าฝนที่คนรักบ้านต้องระวัง!

ปลวก

ฤดูฝนมาพร้อมความชุ่มฉ่ำเย็นสบาย ช่วยคลายความร้อนจากฤดูที่พึ่งผ่านพ้นไป แต่ก็มาพร้อมปัญหาที่ทุกคนต้องคอยระวัง ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วม รถติด โรคภัยต่าง ๆ รวมถึงปัญหา ปลวก และสัตว์พาหะที่นำเชื้อโรคมาสู่คนในบ้าน สัตว์เหล่านี้อาจหลบซ่อนอยู่ภายในบ้านในจุดที่เรามองไม่เห็น ดังนั้นก่อนที่จะเกิดปัญหา ควรรู้ว่าต้องระวังสัตว์ชนิดใดบ้าง พร้อมวิธีรับมือ ซึ่งในบทความนี้เรารวมทุกข้อสงสัยมาให้แล้ว ตามไปดูพร้อมกันได้เลย!

ปัญหา ปลวก ในหน้าฝน

แม้ปัญหา ปลวกขึ้นบ้าน จะเป็นปัญหาที่พบเจอได้ตลอดทั้งปี แต่ฤดูฝนถือเป็นฤดูที่มีความเสี่ยงมากที่สุด เพราะปลวกชื่นชอบความชื้น ความมืด ซึ่งในฤดูฝนสภาพอากาศและความชื้นเอื้ออำนวยต่อการผสมพันธุ์ของแมลงเม่า โดยแมลงเม่าจะทำการสลัดปีกออก และหาที่เหมาะสมในการทำรัง ไม่ว่าจะเป็นบริเวณใต้ดิน ใต้หลังคา หรือจุดอื่น ๆ ภายในบ้านที่มีความชื้น มีอุณหภูมิที่เหมาะสม และพัฒนาต่อมากลายเป็นปลวกในที่สุด ดังนั้นเมื่อสังเกตเห็นแมลงเม่าภายในบ้าน ถือเป็นสัญญาณเตือนของปลวกขึ้นบ้าน ต้องรีบหาทาง กำจัดปลวก และป้องกันโดยเร็วที่สุด

วิธีป้องกัน

การป้องกันปลวกที่ดีที่สุดคือ การเลือกใช้บริการ บริษัทกำจัดปลวก เป็นวิธีที่ง่ายและเห็นผลดีที่สุด แม้จะเป็นช่วงฤดูฝนก็ไม่ใช่ปัญหาในการกำจัดปลวก เพราะน้ำยาเคมีนั้นถูกพัฒนามาให้ไม่ละลายน้ำ ดังนั้นไม่ว่าจะฤดูไหนก็สามารถฉีดปลวกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไร้ข้อกังวลใด ๆ ทั้งสิ้น

4 อันดับ สัตว์พาหะที่ต้องระวังในหน้าฝน

นอกจากปลวกที่มักขึ้นบ้านในช่วงหน้าฝน ยังมีสัตว์พาหะอื่น ๆ ที่มักจะบุกเข้ามาในบ้านโดยที่เราไม่รู้ตัว เราจะพาไปดู 4 อันดับสัตว์ที่ต้องคอยระวังในช่วงหน้าฝน ดังนี้…

1. หนู

หนูเป็นสัตว์ที่ไม่ชอบน้ำ ทำให้เมื่อถึงหน้าฝนหนูมักจะเข้ามาหลบฝน และทำรังอยู่ภายในบ้าน โดยจะอาศัยตามมุมอับ ห้องเก็บของ หรือใต้หลังคา ดังนั้นต้องคอยระวังมากเป็นพิเศษ เพราะนอกจากเสียงที่น่ารำคาญ หนูยังเป็นพาหะนำเชื้อโรค และตัวการของโรคฉี่หนู

2. ยุง

หน้าฝนทำให้เกิดน้ำขังหลายจุด ถือเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ที่ดีของยุงในการวางไข่ในน้ำ ซึ่งยุงสามารถวางไข่ได้ทุกที่ที่มีน้ำขัง ทำให้คนรักบ้านต้องคอยระวัง ไม่ปล่อยให้ภายในบ้านมีน้ำขัง เพื่อป้องกันโรคที่มากับยุงเช่น ไข้เลือดออก และไวรัสซิกา

3. มด

เมื่อหน้าฝนมาถึง มดจะหนีน้ำขึ้นที่สูง เช่น บ้าน เพื่อหาที่ทำรังใหม่ที่ปลอดภัย และมีแหล่งอาหารที่เพียงพอ ควรหาทางป้องกัน เช่น พ่นน้ำยา ชอล์กไล่มด เพราะนอกจากมดจะสร้างความรำคาญใจ มดยังเป็นพาหะนำเชื้อโรคมาสู่คน และอาจทำให้บางคนเกิดอาการแพ้กรดมดได้

4. แมลงสาบ

แมลงสาบชื่นชอบที่แห้ง ทำให้เมื่อมีสภาพอากาศที่เปียกชื้น แมลงสาบจะเริ่มหาที่อยู่อาศัยใหม่ทันที ซึ่งแมลงสาบถือเป็นพาหะนำเชื้อมาสู่คนได้หลายโรค อาทิเช่น ท้องเสีย อาหารเป็นพิษ กาฬโรค

ปัญหาปลวก และสัตว์พาหะในหน้าฝนเป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้ หากปล่อยไว้นานไม่แก้ไขอาจสร้างปัญหา และเป็นอันตรายต่อผู้อยู่อาศัย ดังนั้นควรรีบหาทางป้องกันโดยเร็ว มาปรึกษา Advance Group Asia บริษัทกำจัดปลวก กำจัดแมลง พร้อมให้คำปรึกษาและประเมินปัญหาโดยผู้เชี่ยวชาญโดยตรง ป้องกันไว แก้ปัญหาตรงจุด สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร 02-704-5333 หรือ @line